ทิปคอม แก้ปัญหาคอม ซ่อมคอม จำหน่ายหมึกพิมพ์เลเซอร์ BROTHER  CANON  EPSON  HP  KYOCYRA  LEXMARK  OKI  PANASONIC  RICOH  SAMSUNG  XEROX ราคาถูก
หน้าแรก ทิปคอมพิวเตอร์ บทเรียนออนไลน์ ดาวน์โหลดฟรีแวร์ จาวาสคริปต์ ข่าวไอที บทความไอที เว็บไดเร็คทอรี่ เว็บบอร์ด หมึกเติมราคาถูก


เมนูหลัก
การแก้ปัญหาคอมพิวเตอร ์
การบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์
เทคนิคการปรับแต่ง Win 98 และ Me
ครบเครื่องเรื่องโอเวอร์คล๊อค
การใช้โปรแกรมต่าง ๆ
ความรู้เรื่อง ADSL และการ Config
ทดสอบความรู้คอมพิวเตอร์ออนไลน์
ศัพท์คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต
รวมของฟรีในอินเตอร์เน็ต
โปรโมทเว็บไซค์ให้ดังฟรี ๆ
แนะนำร้านซ่อมคอมพิวเตอร์
แนะนำสถานที่เรียนคอมราคาถูก
หาเพื่อนใหม่, หากิ๊ก MSN
ตลาดซื้อ-ขายสินค้าบีคอม
สมัครงาน,ลงประกาศรับสมัครงาน
ลงประกาศโฆษณาประชาสัมพันธ์ฟรี
ไอทีเพื่อชีวิต
รู้ลึกรู้จริง Google AdSense
ทดสอบความเร็วอินเตอร์เน็ต
ขายส่งหมึกเติม ราคาถูกสุด ร้านค้าสำเร็จรูป ขายสินค้าออนไลน์
 
Ink Thailand
หมึกพิมพ์เลเซอร์
หมึกพิมพ์เลเซอร์.com
ตลับหมึกเลเซอร์
HG9 Hair Growth Shampoo
HG9 Hair Growth Serum
 
ตั้งบีคอมไว้หน้าแรก ตั้งบีคอมไว้เป็นหน้าแรก
แนะนำติชมบีคอม



  บทความไอที
ค้นหาเว็บไซค์
จำหน่ายหมึกพิมพ์ราคาถูก จัดส่งทั่วประเทศ
รู้จักผู้ผลักดันการเรียนการสอนด้าน ดิจิตอลมีเดีย ของ ม.ศรีปทุม

มหาวิทยาลัยศรีปทุม เห็นถึงแนวโน้มของการขยายตัวในอุตสาหกรรมดิจิตอลคอนเทนท์เมืองไทย ทั้งในส่วนของภาพยนตร์ งานโฆษณา วิชชวลเอฟเฟกต์ การ์ตูนแอนิเมชัน เกมคอมพิวเตอร์ และงานออกแบบคาแรคเตอร์ตัวละครต่างๆ โดยมีความเชื่อว่าคนไทยสามารถทำงานได้ด้านนี้ได้ และหลังจากที่ที่การเรียนการสอนด้านนี้ ถูกกระจายไปแปะเป็นภาควิชาของคณะต่างๆ เช่น คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ในที่สุดก็ถึงเวลาจะนำกลับมารวมกันตั้งเป็นคณะใหม่ ใช้ชื่อว่า “คณะดิจิทัลมีเดีย”

ด้วยรูปแบบการเรียนการสอนจะครอบคลุม งานทางด้านการสร้างแอนิเมชัน คอมพิวเตอร์เอฟเฟกต์ งานที่เกี่ยวกับดิจิตอลฟิล์ม พวกที่ต้องเป็นดิจิตอลหมด สื่อความบันเทิง หรือเกมคอมพิวเตอร์ ทุกอย่างที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ดำเนินการสอนโดยอาจารย์ที่มีความรู้จบจากต่างประเทศ แต่รายละเอียดว่าสอนอย่างไร แตกต่างจากสถาบันอื่นตรงไหน และมุมมองต่ออุตสาหกรรมจะเป็นอย่างไรต้องฟังจากปากของ ดร.สุชาย ธนวเสถียร รักษาการคณบดีคณะดิจิตอลมีเดีย ม.ศรีปทุม ที่จะมาเปิดเผยรายละเอียด ได้แล้ว ณ บัดนี้...


IT Digest: แนะนำตัวคณะดิจิทัลมีเดีย ของ ม.ศรีปทุม ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร

ดร.สุชาย: หากดู 3-4 ปีที่แล้วมีการจัดตั้งภาควิชาดิจิตอลอาร์ตภายใต้คณะสถาปัตยกรรม รับนศ 400 คน ต้นปีมีคอนเซปท์ จากปัจจุบันใหม่ที่ทั้งโลกจะก้าวไปข้างหน้าต่อ คือ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ประกอบด้วยงานทั้งหลายที่ต้องใช้ศิลปะกับวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน งานทางด้านที่จัดทำแอนนิเมชั่นคอมพิวเตอร์เอฟเฟกต์ งานที่เกี่ยวกับดิจิตอลฟิล์ม พวกที่ต้องเป็นดิจิตอลหมด สื่อความบันเทิง หรือเกมคอมพิวเตอร์ ทุกอย่างต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์

หมายความว่า ถ้าทำภาพยนตร์แนวแฟนตาซี แล้วต้องการมีช้างขนาดใหญ่ เป็นกองทัพช้าง มีขุนพล จะต้องมาโจมตีเมืองนี้ ทางผู้กำกับให้สคริปต์บอกมาแค่นี้แล้ว ช้างจะหน้าตายังไงต้องทางแอนิเมเตอร์ต้องไปคิดเอาเอง เช่น ภาพยนตร์มหากาพย์ไตรภาค เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริง สคริปต์เนื้อเรื่องก็มาแค่นี้เอง มีช้างโบราณขนาดใหญ่ ต้องส่งไปทำหลายที่แต่ละที่ นักแอนิเมเตอร์ ก็คิดช้างออกมาคนละแบบทั้งช้างตัวเล็กตัวโต คือต้องไปคิดเอาเอง จะต้องมีป้อมปราการที่ต้องมีเขาวงกต มันยังไงที่เหลือคุณต้องไปคิดเอาเอง นี่ คือ ครีเอติกส์ อุตสาหกรรมที่จะต้องใช้มิติในการสร้างสรรค์ ก็เกิดขึ้นในโลกนี้

ทางเราก็จับทิศทางได้ก็เลยปรับว่า ทั้งหมดนี้เราอาจจะต้องทำมาเป็นคณะ เรามีหลายภาควิชา มีดิจิตอลมีเดีย ดิจิตอลอาร์ต แอนิเมชันแอนด์เกม 2ภาควิชาก่อนนะ ดิจิตอลอาร์ต เป็นการใช้สื่อดิจิตอล ในการผลิตงานศิลปะ ผลิตงานสร้างสรรค์ เช่นการผลิตงานกราฟฟิกดีไซน์ ก็เป็นส่วนหนึ่ง แอนิเมชัน วิชชวลไลเซชัน เช่น ต้องสร้างบ้านคอนโด 50 ล้านหน้าตาเป็นไง ต้องทำแบบแปลนให้สามารถเหมือนเดินในแบบนั้นได้  เกมก็เช่นเดียวกัน แต่เกมเราจะแยกมาเป็นแอนนิเมชันแอนด์เกม

เพราะการทำเกมคอมพิวเตอร์ ในโรงงานการทำเกมจะมี 2 แผนก คือ แผนกออกแบบตัวละคร ฉาก ที่จะเป็นดิจิตอลหมด คือ ทำพวกกราฟิกอาร์ต ทำให้ตัวละครเคลื่อนไหว เป็นแอนิเมชัน คุณต้องใช้เครื่องมือปกติก็ทำเคลื่อนไหวได้ แต่ปฏิสัมพันธ์ต้องใช้การเขียนโปรแกรม เกมต้องมีการเขียนโปรแกรม การเขียนโปรแกรมมีหลายแบบใช้เทคโนโลยีของนินเทนโด ไมโครซอฟท์ เอ็กซ์บ๊อกซ์ หรือเกมออนไลน์ จะแตกต่างกันไป


IT Digest: คณะดิจิทัลมีเดีย แตกต่างจากหลักสูตรสถาบันอื่นๆ สอนอย่างไร

ดร.สุชาย: เป็นคณะแรกของประเทศไทย ที่อื่นมีภาควิชา อาจจะมีเปิดเกมบ้างที่รังสิต ที่อื่นอาจจะมีกราฟฟิกอาร์ตแอนนิเมชันบ้าง มันเป็นส่วนๆ แม้แต่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชาจิตรกรรม ส่วนมากจะเป็นดิจิตอลอาร์ตหมด จะไม่เป็นดิจิตอลแอนนิเมชัน บังเอิญว่าเราตั้งสถาบันนี้ขึ้นมาแล้ว ม.ศรีปทุมมีอาจารย์ที่จบมาจากเมืองนอกทั้งประเทศอังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ทางด้านแอนนิเมชันหลายท่าน บางคนมีพื้นฐานทางสถาปัตย์ มีผู้นำทางด้านเทคโนโลยีวิชาการ เช่น ดร.กมล จิราพงษ์ รองคณบดีฯ อาจจะเป็นด็อกเตอร์คนเดียวที่จบทางด้านดิจิตอลมีเดียโดยตรงจากสหรฐฯ ที่ในการเรียนการสอนสาขานี้จะหาไม่ได้เลย

ประกอบกับส่วนตัวผมเองเมื่อก่อนก็เคยอยู่ในอุตสาหกรรมไอที ทั้งด้านซอฟต์แวร์และดิจิตอลคอนเทนท์ มาเป็นเวลากว่า 10 ปี ในอุตสาหกรรมนี้ ทำสื่อ ซีดี ผมทำตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว ผมเป็นคนแรกที่ทำเทรนนิ่งเรื่องทรีดีสตูดิโอแม็ก และไลท์เวฟเมื่อ 10ปีที่แล้ว มีการเชิญนายปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังมาให้รางวัลด้วย ให้รางวัลศิลปะ มีความเข้าใจว่ามีความสามารถเชิงปรัชญามาตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา เรามีความพร้อมคือเรามีทักษะกับอุตสาหกรรม เพราะภาควิชานี้เป็นภาควิชาที่พิสูจน์กันที่ฝีมือทำ ไม่มีทฤษฎีอะไรมากมาย มีแต่เรื่องที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เรื่องความชอบ เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอย่างเนืองแน่น เพราะว่าเรามาจากอุตสาหกรรม

ประการที่ 2 ม.ศรีปทุมมีอาจารย์ที่มีคุณวุฒิทางด้านดิจิตอลอาร์ตแอนิเมชัน และเกมโปรแกรมมิ่งโดยตรง ที่มาจากภาควิชาสารสนเทศ เราก็ทำเรื่องเกมโปรแกรมมิงมารวมกัน และมีความพร้อมด้านอุปกรณ์ คือ ห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่ หลักสูตรก็แตกต่างจากสถาบันอื่น บุคลากรที่จบมาโดยตรง เราเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมนำมืออาชีพจากอุตสาหกรรมมาเป็นคนสอน คือ รับประกันว่าเรียนแล้วต้องทำเป็น และมีการลงทุนเรื่องเครื่องมือเต็มที่ สาขานี้ไม่มีสอนให้จดลงกระดาษมีแต่สอนให้ลงมือทำ ดังนั้นเครื่องมือจึงต้องครบ เช่น คอมพิวเตอร์เวิร์คสเตชัน เซิร์ฟเวอร์สำหรับทำเรนเดอริ่งฟาร์ม ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนพรีโปรดักชัน โปรดักชัน และโพสโปรดักชั่น ทุกระยะมีครบถ้วนแล้ว

IT Digest: เสน่ห์ของการเรียนด้านดิจิตอลมีเดีย ส่วนตัวมองว่าอยู่ตรงไหน

ดร.สุชาย: คนที่เรียนในด้านนี้สามารถเป็นตัวของตัวเอง เป็นส่วนหนึ่งเป็นตัวของตัวเองสร้างสรรค์ได้ อีกส่วนก็มาเรียนรู้การทำงานเป็นทีมเวิร์ค เพราะการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชัน วิชวลเอฟเฟ็กต์ขนาดใหญ่ต้องทำก็เป็นทีม ทีมละหลายร้อยคน ต้องรู้เรื่องทีมเวิร์ค รู้เรื่องการทำงานด้วยกันเป็นทีมโครงการ ขณะเดียวกันก็ต้องมีความเป็นตัวของตัวเองด้วย เมื่อสำเร็จการศึกษาไปแล้ว บัณฑิตสามารถทำงานส่วนตัวได้ รับงานได้ จะเป็นความกว้าง คือ ด้วยอาชีพแล้วอยู่รอดได้ เพราะถ้าเลวร้ายที่สุดก็ยังผันตัวไปเป็นกราฟฟิกดีไซน์เนอร์

การทำงานตรงนี้เวลาทำงานออกมาแล้ว จะมีความภูมิใจมากว่า เห็นงานออกมาแล้วตื่นเต้น เมื่อเห็นกับตาตัวเองว่างานใช้ได้ หรือถ้ายังไม่พอใจชิ้นงานก็แก้ได้ เกมบางเกมก็แก้ได้ และเราได้มีการพิสูจน์แล้วว่า ในปี2551 นี้ งานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา มีนักศึกษาคนไทยได้รางวัลเหรีญเงิน เขากำลังจะมาเมืองไทยผมจะให้เค้ามาให้สัมภาษณ์คนแรกเลย เรามีโอกาสที่จะก้าวสู่ระดับตรงนี้ไปสู่ตลาดอินเตอร์ได้ เพราะดิจิตอลมีเดียเป็นธุรกิจเกิดใหม่ เป็นงานศิลปะที่เพิ่งเกิดขึ้นมา ที่ต่างประเทศก็เพิ่งเริ่มเหมือนกัน
 
เพราะฉะนั้นโอกาสที่เราจะก้าวกระโดดออกไปเป็นคนทำรุ่นแรกๆ ก็มีความเป็นไปได้สูงมาก ถ้ามีการทุ่มเทในการผลิตกำลังคน งานพวกนี้อยู่ที่พลังคน พลังคนพวกนี้เราผลิตได้ง่ายกว่าการผลิตโปรแกรมเมอร์ เนื่องจากโปรแกรมเมอร์เกี่ยวกับงานภายใน เวลาเขียนแล้วต้องเข้าใจในเรื่องธุรกิจ เวลาเป็นชิ้นงานมันดูไม่ออกหรอกว่า แค่คำนวนตัวเลขมันไม่มีอะไร แต่งานนี้มันเห็นออกมาเป็นฉากเป็นตัวละครสวย เห็นชัดเจนมีเสน่ห์ของเรื่องนี้ เราถึงผลิตคนพวกนี้และคนพวกนี้ก็ต้องชอบศิลปะอยู่แล้ว ในตัวของเด็กต้องมีความสามารถในการวาดและความสามารถในการใช้เครื่องมือมากกว่า อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีก็เป็นเครื่องมือ ที่จะช่วยในการวาดภาพอยู่มาก

IT Digest: อาจารย์มองภาพรวมอุตสาหกรรมไอซีทีเมืองไทย ขณะนี้เป็นอย่างไร แล้วภาคการศึกษาได้ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมไอซีทีและดิจิตอลมีเดียอย่างไร

ดร.สุชาย: เกิดจาก 2 ปัจจัยที่ใหญ่ๆ 1 คือ ราคาสตอเรจที่จัดเก็บข้อมูลลดลงอย่างรวดเร็ว จากเดิม 1 เทอราไบท์ 20ล้านบาท แต่ ขณะนี้ 1 เทอราไบท์ 2 หมื่นบาท ทำให้สามารถจัดเก็บพวกดิจิตอลมีเดียได้มากขึ้น 2 คือ อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์มีความเร็วเพิ่มสูงขึ้นทำให้สามารถนำส่งดิจิตอลคอนเทนท์ได้ง่ายขึ้น และธุรกิจนี้ก็อยู่ในช่วยขยายตัวอยู่ในช่วงแอนนิเมชัน ประมาณอยู่ในช่วงประมาณ100 ล้านเหรียญสหรัฐ ในยุค 5 ปีนี้ธุรกิจทั่วโลกด้านแอนนิเมชั่นประมาน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ทางธุรกิจเกมอย่างเดียวก็ประมาณ 50 ล้านเหรียญสหรัฐแล้ว ส่วนโมบายคอนเทนท์และโมบายเซอร์วิส อยู่ที่ประมาณ 150 ล้านเหรียญสหรัฐ
 
แต่สหรัฐฯ มีรายได้จากอุตสาหกรรมความบันเทิงอยู่ที่ 7.9 ของจีดีพี ตัวเลขบ่งบอกการขยายตัว คุณต้องการสื่อมากขึ้น สื่อพวกแอนิเมชันดูแล้วเบื่อเร็ว ต้องผลิตใหม่ๆอยู่เรื่อยๆ และตลอดเวลา ขณะที่ อุตสาหกรรมไอซีทีของประเทศไทย ตั้งแต่สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า ตั้งขึ้นมาได้ 5 ปีแล้ว และซิป้าตั้งตอนแรก ผู้อำนวยการทั้งหลายก็เห็นพ้องต้องกันว่า อุตสาหกรรมแอนนิเมชันเป็นโอกาสใหม่ ตั้งแต่คนแรก คือ นายมนู อรดีดลเชษฐ์ ก็มีการเริ่มต้นถึงไม่มีระบบ ผ่านมา 5 ปี โดยผอ.ใหม่ คือ ดร.รุ่งเรื่อง ลิ้มชูปฏิภาณ เข้ามาสนับสนุนอุตสาหกรรมนี้อย่างเป็นระบบ มีกรอบมียุธศาสตร์ชัดเจนมากขึ้น ในการผลักดันอุตสาหกรรมนี้
 
เมื่อพูดถึง “ครีเอติกส์อินดัสตรี” เวลาตีความประกอบด้วยอะไรก็ตาม ที่เป็นงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นเกม แอนิเมชัน สเปเชียลเอฟเฟกต์ ดิจิตอลมีเดีย ที่เป็นสื่อด้านการศึกษา หรือแม้แต่ซอฟต์แวร์ ก็ถือเป็นครีเอติกส์เหมือนกัน เพราะเป็นครีเอติกส์ในส่วนของอินดัสตรีที่ชัดเจนขึ้น ในการผลักดันออกไป โดยการผลักดันจะเป็นการผลักดันที่อุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา ต้องมีคน มีเทคโนโลยี และการทำโปรโมชัน ไม่มีคนก็ไม่ต้องทำ ไม่มีเทคโนโลยีก็ทำไม่ได้ ไม่มีการทำโปรโมชั่นก็ทำมาไม่มีประโยชน์ มีผู้เล่นอยู่ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มมหาวิทยาลัย และซิป้า เป็นที่จะเป็นคนโปรโมทในการทำตัวเชื่อมโยงธุรกิจ
 
 เพราะลำพังบริษัทด้านดิจิตอลคอนเทนท์ที่โตขึ้นมา ทำไม่ทันกับความต้องการ ทางซิป้าต้องมีแรงช่วยเหลือ ในการสร้างตลาด เพราะเขามีหลังอยู่ที่ภาครัฐ แล้วค่อยมาสนับสนุนทิศทางที่ถูกต้องว่า เรามีทิศทางการผลิตอย่างไร ในอุตสาหกรรมบังเอิญว่าเครื่องมือที่ใช้ในอุตสาหกรรม กับเครื่องมือที่ใช้ในมหาวิทยาลัยเป็นเครื่องมือเดียวกัน เพราะมันไม่มีเครื่องมืออื่น ฉะนั้นเมื่อก่อนมันผิดกันกับสมัยนี้ สอนโปรแกรมมิงมหาวิทยาลัยอาจจะยังสอนโคบอล วิชวลเบสิก แต่อุตสาหกรรมไม่ได้ใช้แล้ว ตามไม่ทัน
 
แต่เนื่องจากเครื่องมือที่มันใช้กับอุตสาหกรรมหลักๆ นี้ เหมือนกันเลย คุณใช้โปรแกรมมายา คุณใช้ทรีดีสตูดิโอแม๊กซ์ คุณใช้ไลท์เวฟ ก็เป็นโปรแกรมเหมือนกัน ฉะนั้นนักศึกษาที่เคยทำแล้วจะมีโอกาสที่ใช้เครื่องมือเดียวกันในการนำเสนอชิ้นงาน ข้อแตกต่างเครื่องมือที่มหาวิทยาลัยใช้ กับเครื่องมือที่อุตสาหกรรมใช้ตัวเดียวกัน อุตสาหกรรมใช้หลายตัว เราก็ใช้หลายตัว เพราะโปรดักชั่นก็เครื่องมือตัวเดียวกัน ที่เหลืออยู่ที่ปฏิภาณไหวพริบของคนแล้ว เครื่องมือเราไม่มีปัญหา ฉะนั้นในเรื่องภาคการศึกษา จะผิดกับในอดีตจะบอกไม่ได้ว่ามันคนละตัวกันใช้ไม่ได้ สมมติว่า คุณใช้ภาพ2 มิติ ใช้เทคโนโลยีแฟลช เขาก็ใช้แฟลช ก็ตัวเดียวกันเพราะมันไม่มีตัวอื่น ฉะนั้นนี่คือข้อดี แต่ภาคการศึกษาต้องทุ่มเทอย่างแรง เพราะตอนนี้โอกาสมาแล้ว

IT Digest: คนมักจะมองว่าเรียนด้านนี้จบมาหางานทำยาก ไม่ค่อยมีบริษัทด้านแอนิเมชันรับเด็กใหม่ทำงาน จริงหรือไม่อย่างไร

ดร.สุชาย: ในอดีตคนไทย จะคิดว่าลูกเราเรียนเขียนการ์ตูนจะมีอาชีพอะไร พ่อแม่ไม่ส่งเสริม แต่หารู้ไม่ว่าธุรกิจการ์ตูนนั้น เป็นธุรกิจใหญ่ในโลกตอนนี้เริ่มเกิดแล้ว แต่ในอดีตเนี่ยอุตสาหกรรมยังไม่ถูกส่งเสริมให้เกิดประกอบกับยังไม่ค่อยมีคนเรียนมากไม่เป็นปัญหา เมื่อก่อนคนที่มีเครื่องโปรมีกถูกดูถูกว่า จะเป็นอะไรเป็นช่างหรือ อีก 10 ปีให้หลังโตโยต้า เขามีโรงงานการผลิตขนาดใหญ่ๆ อยู่ที่เมืองไทยนี่หมด

เราต้องมองภาพเดียวกันว่า  ตกลง ณ จุดนี้อุตสาหกรรมมีการส่งเสริมอย่างเป็นระบบ ต้องเกิดแน่นอน เพราะเรามีบริษัทที่ทำด้านแอนิเมชันขนาดใหญ่ของโลกมาตั้งอยู่ที่ประเทศไทยแล้ว เช่น บริษัทมาสสีส หรืออื่นๆที่ทำวิชวลเอฟเฟกต์มาอยู่ในเมืองไทย และไทยก็เริ่มผลิตหนังแอนิเมชันเป็นภาพยนตร์หลายเรื่องแล้ว เราได้อยู่ในอุตสาหกรรมขาขึ้น ใครดีก่อนก็ได้เป็นเจ้าก่อน ก็ไม่บอกว่าเด็กทำงานมีไหมเพราะของมีอยู่ ประเทศไทยมีบริษัทพัฒนาเกมที่ได้ไลเซนส์จากนินเทนโด้ตั้ง 5 แห่ง ผลิตเกมขายเกมนินเทนโดได้ ผลิตงานร่วมกับยูบิซอฟต์ เบอร์ 2 ของโลกทางด้านเกม เรามีจุดดีๆเริ่มต้นแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องรับเด็กทำงานใหม่จบแล้วไม่มีงาน คงไม่เป็นปัญหาเพราะเป็นอุตสาหกรรมที่ขยายตัว
 
ในปี 2551 นี้ ทางคณะฯ รับนักศึกษาเข้ามาในคณะดิจิทัลมีเดียหลายร้อยคน คือ เรารับมาจนกระทั่งเราไม่รับเพิ่มแล้ว เนื่องจากเรารับเพิ่มไม่ได้เราจบกันที่ประมาณ 300 คนเต็มที่แล้ว ถือได้ว่าเป็นสาขาที่คนจะสนใจเรียนมาก ตัวเด็กนักศึกษาเองมั่นใจว่าเรียนด้านนี้แล้วมีงานทำ อาชีพดี มีผลตอบแทนได้ และมีความชอบส่วนตัวด้วยเช่นชอบวาด เด็กบางคนไม่ชอบวาดก็ต้องไปเรียนอย่างอื่น เพราะมีความเป็นศิลปะในตัว แต่ไม่ใช่ว่าต้องวาดเก่งแล้วจะเรียนได้ คือ ขอให้ชอบก็เรียนได้ สาขานี้อยู่ที่ความชอบ ไอ้ฝีมือการวาดนั้นมาพัฒนากันทีหลัง

IT Digest: ผอ.ซิป้า บอกว่างานด้านแอนิเมชันมัลติมีเดียในภูมิภาคนี้มามีมาก แต่ติดที่คนไทยมีปัญหาภาษาอังกฤษ และการศึกษาที่ผิดทาง ในฐานะที่เป็นสถาบันการศึกษา อาจารย์มีความเห็นอย่างไร

ดร.สุชาย: แอนิเมชันในภูมิภาคนี้มีมากขึ้น และเมื่อดูจากงานเอาท์ซอร์สที่ประเทศอินเดียก็มีมาก ที่ประเทศสิงคโปร์ก็มีให้เห็นบ้าง ทำงานพวกนี้ภาษาอังกฤษมีความสำคัญไหม ในช่วงแรกยังไม่เป็นกองทัพเรามีแม่ทัพนายกอง เราก็ต้องมีเป็นภาษาอังกฤษในการสื่อสาร เพราะเขาจะต้องคุยแนวคิดของงานให้เราเป็นภาษาอังกฤษ เราถึงเอาข้อมูลนี้มาทำงานต่อได้ ถึงแม้จะเป็นสคริปต์ก็จะต้องมีการเล่าสู่กันฟัง โดยภาษาอังกฤษ ขณะนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้ว เราจะต้องเสริมความรู้ขึ้นมาให้เด็กสื่อสารเป็นภาษอังกฤษให้ได้
 
ข้อได้เปรียบทางด้านอุตสาหกรรมประเภทนี้ เหมือนประเทศอื่นที่เขามี คือ อินเดียภาษาอังกฤษ สิงคโปร์ก็ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ ส่วนคนไทยใช้ภาษาอังกฤษไหม ก็บอกได้ว่า คนไทยปัจจุบันพูด อ่าน เขียนภาษาอังกฤษได้มากขึ้น เพียงแต่ไม่มีโอกาสที่จะได้ใช้เท่านั้น เราจึงสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษแบบ เพียงผสมการสอนเป็นแบบ 2 ภาษาได้ เรื่องภาษาอังกฤษไม่เป็นปัญหา และเรามีความคิดที่จะทำเป็นหลักสูตรอินเตอร์เนชั่นแนลอยู่แล้ว คือ สอนไทยผสมอังกฤษ แต่ขอให้ปีนี้ผ่านไปก่อน แล้วเราจะทำหลักสูตรที่เป็นผสมภาษาอังกฤษเข้ามาให้มากขึ้น อันนี้เป็นทิศทางที่ถูกต้อง เพราะในโลกนี้เป็นยุคโลกาภิวัตน์ที่ทุกประเทศเชื่อมต่อเข้าหากัน โยงใยเป็นเครือข่าย เราต้องไปนำเสนองานที่ต่างประเทศเด็กของเราต้องภาษาอังกฤษดี

IT Digest: การควบคุมคุณภาพบัณฑิตสำคัญมาก เพราะที่ผ่านมา นักศึกษาที่เรียนจบจำนวนไม่น้อยไม่สามารถทำงานได้ เพราะขาดประสบการณ์ และกระบวนการคิดเชิงธุรกิจที่น้อย ทำให้ทำธุรกิจไม่เป็น ม.ศรีปทุม มองปัญหาเหล่านี้อย่างไร

ดร.สุชาย: การทำงานที่ศรีปทุมโดดเด่นที่สุดที่เราตั้งขึ้นมา เป็นตัวอย่างให้กับทุกคนเลยก็ได้ เราต้องการให้เด็กของเรามีประสบการณ์การทำงาน เป็นทำงานซับคอนแทร็ก เพราะงานในซับไลเซนส์ของแอนิเมชันเวิลด์นั้น เป็นการซับคอนแทรกเป็นชั้นๆ ทั้งนี้ไม่ใช่บริษัทเดียวมีเป็นพันคน บางทีบริษัทเดียวอาจจะมีแค่ 200 คน แต่ที่เหลือก็ต้องซับคอนแทรก ฉะนั้นเราจัดตั้งศรีปทุมแอนนิเมชันแล็ป ที่จะเริ่มรับงานจากอุตสาหกรรมเป็นระบบ จากเดิมที่มีการรับงานที่ไม่เป็นระบบ นักศึกษาก็ไปรับงานจ๊อป อาจารย์ก็ไปรับงานจ๊อปข้างนอกให้นักศึกษาทำ แต่ศรีปทุมแอนิเมชันแล็ปจะเป็นแล็ปภายใต้คณะที่รับงานอย่างเป็นระบบ คือ รับงานแล้วมีการกำหนดขอบเขตของงาน การส่งมอบ ราคาที่ชัดเจน
 
จากนั้นงานพวกนี้ก็จะมีหัวหน้าทีมมาให้ทีมอาจารย์ และนักศึกษาเป็นคนทำ สามารถทำได้ไหม ทำได้อย่างแน่นอนเพราะใช้เครื่องมือ และอุปกรณ์ตัวเดียวกัน ก็จะมีการรับงานอย่างเป็นระบบ มีการบริหารงบประมาณ และมีการส่งมอบชิ้นงาน เพื่อให้นักศึกษามีการเข้าใจการทำงานอย่างแท้จริงว่า งานทุกงานต้องมีการแก้ชิ้นงาน คือ ไม่ใช่ทำงานเสร็จส่งมอบแล้วจะได้เงิน ไม่ใช่ทำงานเสร็จส่งมอบดูแล้วไม่ใช่แก้ชิ้นงานจนกว่าลูกค้าจะพอใจ ถึงจะส่งงานได้ และมีการบริหารโครงการได้นี่คือเป็นการอบรมเด็กเลย ไม่อย่างนั้นเด็กจะเคี่ยว
 
เช่น ทำชิ้นงานเสร็จไม่จ่ายเงิน ก็ไม่เอาชิ้นงานส่งผู้ว่าจ้าง บางทีเค้าส่งงานไม่ได้ บางทีก็ต้องขึ้นอยู่กับแนวคิดว่าเป็นแบ็คทูแบ็ค คือ การทำงานเสร็จส่งงานได้เค้าจ่ายค่าจ้างคุณ ขึ้นอยู่กับวิธีการคิดถ้าแบบนี้ ก็ต้องได้เงินยาก แต่จะมีอาจารย์ที่เป็นเจ้าหน้าที่แล็ปที่มาจากอุตสาหกรรมโดยตรง มีความเชี่ยวชาญในการเจรจาต่อรองค่าแรง เวลาที่ชิ้นงานมาจะแบ่งกันเป็นชิ้นๆ เช่น ซีนนี้คาแรกเตอร์นี้ทำแฟล็กตัวนี้ และจะมีราคาแอสโซสิเอสมา แฟลต 500 บาท คาแรกเตอร์นี้เป็นซีน 1 หน้ากระดาษเอ 4 ก็ประมาณ 6000 บาท
 
คือ ราคากลางประเมินที่ 20,000 บาท เราจะรับงานที่ราคา 8,000 บาทให้อุตสาหกรรมที่ 6,000 บาท คอมเมอร์เชี่ยนเรารู้ว่า 1 นาทีพรีเซ็นสเตขั่นที่ 100,000 บาท ม.จะรับในราคาที่ต่ำลงมา 20% และเราจะให้นักศึกษาทำ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้คนข้างนอกส่งงานมาให้นักศึกษาเราทำ เหมือนเป็นการว่าจ้างเด็กโดยตรง หากไม่รู้ว่าจะจ้างใครแต่คุณมาว่าจ้างศรีปทุมแอนนิเมชั่นแล็บเป็นระบบเลย เราเป็นคนจ่ายงานให้เด็กเอง คุณไม่ต้องยุ่งกับเด็ก เพราะว่าคุณไปคุยกับเด็กแล้วบางทีเด็กไม่ค่อยเข้าใจ
 
หากผู้ว่าจ้างไปคุยกับเด็กเอง บางทีเด็กบางคนเค้ามีฐานะยากจน เขาอาจจะเรียกเงินสูงๆ ก่อน ที่มีปัญหาอยู่ทุกวันนี้ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ โยนกันไปมาระหว่างอาจารย์นักศึกษา กับผู้ว่าจ้างก็เลิกกันไปเพราะว่า ในวงการนี้ก็เบี้ยวเงินกันเยอะ เราจะดูแลตรงนี้ให้การันตีว่ารับมาแล้วเนี่ยมีการจ่ายตังค์เด็กได้รับค่าแรงแน่นอน ไม่ได้เงินทางแล็ปเราก็จะจ่ายให้เอง คือ เราไม่ให้มีการเสียกำลังใจเป็นการฝึกงานให้เด็กเข้าสู่สายงานด้วยโดยตรง การทำเหมือนกับการทดลองงานเลย แล้วเด็กจะได้มีเงินมีรายได้ในการจ่ายค่าเล่าเรียนอะไรต่างๆ  เพราะงานในวงการนี้กำลังให้ขยายตัว มีงานจำนวนมากรออยู่ข้างนอก แต่ไม่มีใครทำเพราะไม่มีคนทำผมเองก็มีงานจากเมืองนอกแต่ผมไม่กล้ารับ เมื่อก่อนเพราะผมรับมาแล้วไม่รู้จะให้ใครทำ งานอีเลิร์นนิ่งสหประชาชาติ 1ชั่วโมงเขาให้เงินค่าจ้างตั้ง 2 แสนบาท เราก็ไม่กล้าเอามาเพราะว่าไม่รู้จะให้ใครทำ ถ้ารับมาผมก็ตายคนเดียว เพราะว่ามันเป็นภาษาอังกฤษผมก็ต้องมานั่งแกะ เสร็จต้องมาส่งให้คนทำ
 
งานแบบนี้จำเป็นต้องมีทีมมีคนมากขึ้นถึงจะทำได้ อีกเรื่องคือการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม คือ เราจะให้อุตสาหกรรมมาตั้งแล็ปที่นี่ได้ แบบเป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเฉพาะกิจ เช่น เขาจะทำธุรกิจเรื่องโมบายคอนเทนท์ เราก็ตั้งเป็นแล็ปให้เขาแบ่งกันดูแล ทาง ม.ศรีปทุมก็ไม่ใช่ว่าเก่งทุกอย่าง เพราะว่าบางเรื่องเป็นธุรกิจของเขาอยู่แล้ว เขาแค่ต้องการกำลังคน เราก็เซ็ทให้เขามาทำงานในแล็ป ทางสถาบันก็จะได้ดูแลนักศึกษา และเราทำโปรเจ็กต์เรา เพื่อให้เอื้ออำนวยกับอุตสาหกรรมอย่างเต็มที่

IT Digest: มองการสนับสนุนในด้านการศึกษาจากทางภาครัฐ ทั้งกระทรวงไอซีที และซิป้า อย่างไร เพียงพอ
หรือไม่ มาถูกทางแล้วหรือยัง

ดร.สุชาย: ซิป้าทางที่เขาเดินมาถูกต้องมากๆ เลย เพราะว่าจับ 2 ศูนย์ เพราะว่าเค้าเล่นดิจิตอลโปรเจกต์จำนวนหนึ่งเพื่อให้มีไฮไลท์ เพราะว่าถ้าไม่มีไฮไลท์จะไม่มีเรื่องในการนำไปขาย อีกอัน คือ เค้าจับพวก National Ceratic Media Initiative หรือ มีการให้ทุนในการสร้างหนังแอนนิเมชัน หรือสร้างซอฟต์แวร์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเป็นไฮไลท์ แบบในอดีตที่อินเดียดังเพราะว่าเค้ามีไฮไลท์ ที่ทำได้ทั่วๆ ไปก็เพราะว่า เป็นไฮไลท์การที่เขาร่วมมือกับทางสมาคมต่างๆ แล้วสมาคมไปร่วมมือกับสมาชิกสมาคมนั้นๆ ถูกต้องแล้ว
 
อันที่ 2 ซิป้าร่วมมือกับมหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพเฉพาะกิจที่เค้าสนใจ ในเรื่องต่างๆ ที่ซิป้ามีความชัดเจน ถือว่าทิศทางมันแหลมคมขึ้น ไม่ใช่หว่านเม็ดเงินไปสะเปะสะปะ ส่วนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ก็ดูในเป้าใหญ่ โดยการนำของ นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ก็มีระบบที่ชัดเจนขึ้นว่า จะผลักดันอะไรอย่างเช่น เรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับไอซีที ถ้าไม่ออกมาครบถ้วนก็แหว่ง ถ้าแหว่งก็ไม่สามารถทำอะไรได้
 
เรื่องกฎหมายต้องมีครบเป็นกฎกติกา ในเรื่องดูแลในเรื่องยากๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เทคโนโลยีมือถือ 3G หรือ 4G กระทรวงไอซีทีต้องทำในบทบาทที่สูงขึ้น ถึงจะส่งผลลงมาข้างล่างได้มากแล้ว ก็มีการดำเนินการจัดตั้งสภาซีไอโอ ที่มีความสำคัญมากที่จะทำให้การพัฒนาระบบไอทีของภาครัฐ ให้มีความเข้มแข็งหมายถึงการเข้าไปควบคุมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง คือ ประธานเจ้าหน้าที่สารสนเทศ (ซีไอโอ) ของทุกกระทรวงจะต้องปรึกษากันอย่างเป็นระบบ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงไอซีทีเหมือนกับเป็นซีไอโอแห่งชาติอยู่แล้ว

IT Digest: ฝากถึงผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์

ดร.สุชาย: ผมเชื่อว่าการพัฒนาเติบโตทางด้านนี้ ทุกคนต้องช่วยกันในด้านสร้างสรรค์ เพราะทุกคนมีความคิดที่แตกต่างกันออกไป แต่ความคิดในเรื่องสร้างสรรค์หมายถึง ต้องช่วยกันสนับสนุน ต้องเกื้อหนุนกันไม่ใช่ว่าไปไม่ต้องกลัวว่าคนไทยรวย แต่ต้องขับเคลื่อนผลักดันกันไปได้แล้ว ไม่ต้องกลัวอุตสาหกรรมไม่เกิด เมื่ออุตสาหกรรมเติบโตมหาวิทยาลัยถึงจะสร้างเด็กแล้วมีคนว่าจ้าง มิเช่นนั้นทุกอย่างก็จะเจอทางตัน แต่โอกาสในการก่าวสู่ผู้นำในวงการนี่ ในรอบ 20 ปีมีหนึ่งหนนะ ผมมีประสบการณ์สูงมาก คือ เห็นมาแล้วว่าทุกๆ  10 ปี ถึงจะมีการบูมด้านเทคโนโลยี 1 ครั้ง และขณะนี้โอกาสนั้นก็มาสู่คนไทยแล้ว...



บทความจาก : ไทยรัฐ
วันที่ : 14 กรกฎาคม 2551

หมึกเติมราคาถูก คอมมือสองราคาถูก แต่งงาน
สนับสนุนบีคอมง่าย ๆ เพียงอุดหนุนหมึกติมที่ www.thaiinktank.com

เช็คราคาหมึกเติม หมึกเติมราคาถูกสุด
หมึกเลเซอร์
หมึกเลเซอร์
รวมหมึกเลเซอร์
คอมมือสองราคาถูก
ถ่ายรูปแต่งงาน
ซ่อมคอมบางบัวทอง
เครื่องกรองน้ำ
หมึกเติม brother
พรมปูพื้นรถยนต์
ชุดตกแต่งรถยนต์
ร้านจำหน่ายหมึกพิมพ์
แอร์ มิตซูบิชิ
กล้องวงจรปิด
หมึกเลเซอร์ OKI
หมึกเลเซอร์ HP
หมึกเลเซอร์ Ricoh
หมึกเลเซอร์ Canon
หมึกเลเซอร์ Brother
หมึกเลเซอร์ Epson
หมึกเลเซอร์ Samsung
หมึกเลเซอร์ Kyocera
หมึกเลเซอร์ Lexmark
หมึกเลเซอร์ Xerox
หมึกเลเซอร์ Panasonic
ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม

ติดต่อโฆษณา
083 9954666