จากจุดเริ่มต้นของการสร้างคอมพิวเตอร์ที่เก็บข้อมูลได้จำนวนมาก และเรียกดูข้อมูลได้รวดเร็ว บัดนี้ เมนเฟรมได้เดินทางมาสู่วัยกลางคน และเป็นพื้นฐานสำคัญต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ขององค์กรขนาดใหญ่ และบริการออนไลน์...

ในปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีหลาย ๆ อย่างรอบตัวคนรุ่นใหม่ และกลางเก่ากลางใหม่ ไม่ว่าจะเป็น บาร์โค้ด เอทีเอ็ม โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) อินเทอร์เน็ต อี-คอมเมิร์ซ หรือแม้กระทั่งเทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซชั่น และคลาวด์ คอมพิวติ้ง แทบจะกลายเป็นรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันของทุกคนไปแล้ว อย่างไรก็ตาม จะมีสักกี่คนที่พอจะจำได้ว่า เบื้องหลังความเป็นมาของเทคโนโลยีที่ดูแสนจะธรรมดาในวันนี้ แท้จริงแล้วมีจุดเริ่มต้น และที่มาอย่างไร
คำถามเหล่านี้ มีที่มาสั้น ๆ เพียงคำตอบเดียว นั่นคือ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เมนเฟรม ของไอบีเอ็ม นวัตกรรมที่ถือได้ว่าพลิกประวัติศาสตร์โลก และเป็นที่มาของเทคโนโลยีหลากหลายที่มีบทบาทอย่างยิ่งต่อชีวิตของพวกเราในทุกวันนี้ อันเป็นสิ่งที่ตกทอดมากจากการสร้างคอมพิวเตอร์เครื่องแรก ออกแบบมาเพื่อคำนวณตัวเลขไม่กี่ชุดคำสั่ง แต่ตัวเครื่องต้องมีขนาดใหญ่คับห้องประชุม แถมยังไม่เสถียร เพราะเสียบ่อยอีกต่างหาก นั่นคือ “อินิแอก” ที่ประเทศอังกฤษ
นายธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจคอมพิวเตอร์ บริษัทไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด อธิบายถึงจุดกำเนิดของคอมพิวเตอร์เมนเฟรม ในฐานะที่เป็นผู้บุกเบิกตลาดเมนเฟรมว่า นับตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.2507 หรือ 45 ปีก่อนเป็นวันแรกที่ไอบีเอ็ม เปิดตัวคอมพิวเตอร์ “ซิสเต็ม 360” (IBM System/360) หรือคอมพิวเตอร์เมนเฟรมรุ่นแรก ที่เมืองฮัดสัน วัลเลย์ มลรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ไอบีเอ็มได้ใช้อนาคตของบริษัทเป็นเดิมพัน ด้วยวิสัยทัศน์ของ นายโธมัส วัตสัน จูเนียร์ ผู้บริหารของไอบีเอ็มในยุคนั้น ที่เชื่อว่า “เทคโนโลยีนี้ คือ เทคโนโลยีที่จะมีบทบาทอย่างยิ่งต่อโลกอนาคต”
รอง กก.ผจก.ใหญ่ ธุรกิจคอมพิวเตอร์ บ.ไอบีเอ็มฯ อธิบายเพิ่มเติมว่า ด้วยเหตุดังกล่าว ไอบีเอ็มจึงลงทุนครั้งยิ่งใหญ่กับเทคโนโลยีนี้ โดยเมื่อคิดถึงค่าเงินดอลลาร์ในช่วงปี ค.ศ.1964 แล้ว ไอบีเอ็มได้ใช้เงินลงทุนถึง 750 ล้านเหรียญสหรัฐ เฉพาะด้านการค้นคว้าทางวิศวกรรมเพียงอย่างเดียว อีกทั้งกว่า 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐในด้านโรงงาน การจัดหาอุปกรณ์ต่าง ๆ และการว่าจ้างพนักงานกว่า 60,000 คนมาร่วมกันลงแรง จึงทำให้โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการเชิงพาณิชย์ ที่ใช้เงินลงทุนจากภาคเอกชนมากที่สุดเท่าที่เคยมีในประวัติศาสตร์
นายธนพงษ์ อธิบายถึงที่มาของคอมพิวเตอร์ ซิสเต็ม 360 ในยุคเริ่มต้นว่า มีพื้นฐานมาจากแนวคิดที่เรียบง่าย คือ การออกแบบคอมพิวเตอร์ที่ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งกับระบบเก่าและใหม่ โดยที่คอมพิวเตอร์ดังกล่าวต้องมี พื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบเสมือนอย่างไร้ขีดจำกัด รวมทั้งผู้ใช้สามารถเรียกดูข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว แนวคิดดังกล่าวนี้ ถือเป็นพื้นฐานที่ต่อยอดมาสู่นวัตกรรม และเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมายในยุคต่อมา ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) การขยายตัวของอินเทอร์เน็ต การทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์ รวมถึงระบบเอทีเอ็มและอินเทอร์เน็ตในขณะนี้ เทคโนโลยีการจัดการฐานข้อมูล (Relational Database) ไปจนถึง เทคโนโลยีแบบเปิด หรือ โอเพนซอร์ส (Open Source) เป็นต้น
รอง กก.ผจก.ใหญ่ ธุรกิจคอมพิวเตอร์ บ.ไอบีเอ็มฯ อธิบายต่อว่า นอกเหนือไปจากบทบาทที่สำคัญต่อโลก และเทคโนโลยีหลากหลายในยุคปัจจุบัน คอมพิวเตอร์เมนเฟรมก็มีบทบาทสำคัญต่อสังคมไทยเช่นเดียวกัน โดยเมนเฟรมของไอบีเอ็มได้รับเลือกให้ทำงาน เพื่อสนับสนุนโครงการสำคัญของหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนชั้นนำของประเทศมากมาย เช่น โครงการประมวลผลเพื่อสำรวจสัมมะโนประชากร ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบบงานหลักและสำรองที่นั่งผู้โดยสารของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ โครงสร้างพื้นฐานทางด้านไอทีเพื่อรองรับระบบงานหลัก การทำธุรกรรมออนไลน์ของธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินชั้นนำหลายแห่งของประเทศฯ เป็นต้น

นายธนพงษ์ อธิบายถึงบทบาทของเมนเฟรมว่า ในยุคนั้นเมนเฟรมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในแวดวงคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ยังมีบทบาทอย่างยิ่งต่อแวดวงธุรกิจอื่น ๆ โดยเฉพาะองค์กรที่ต้องการเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจในยุคหลังสงครามโลก ตัวอย่างของเทคโนโลยีที่ต่อยอดมาจากระบบคอมพิวเตอร์เมนเฟรมของไอบีเอ็ม ได้แก่ ระบบสำรองที่นั่งของสายการบิน หรือ เซเบอร์ (SABRE) ที่ออกแบบให้ทำงานร่วมกับซิสเต็ม 360 ระบบดังกล่าวรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจสายการบิน และยังเป็นระบบที่มีการใช้งานอยู่อย่างแพร่หลายในธุรกิจสายการบินทุกวันนี้
รอง กก.ผจก.ใหญ่ ธุรกิจคอมพิวเตอร์ บ.ไอบีเอ็มฯ อธิบายด้วยว่า แม้แต่ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา (NASA) ได้ให้ความไว้วางใจเลือกใช้ระบบคอมพิวเตอร์เมนเฟรมของไอบีเอ็ม ในการสนับสนุนการส่งจรวดอะพอลโล 11 ในโครงการสำรวจดวงจันทร์ และการส่งดาวเทียมขององค์การนาซาขึ้นสู่อวกาศ ทุกวันนี้ระบบคอมพิวเตอร์เมนเฟรมของไอบีเอ็ม (ปัจจุบันเรียกว่า ซิสเต็ม ซี –System z) ได้รับเลือกให้เป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานทางด้านไอที เพื่อรองรับระบบงานหลักๆ ขององค์กรชั้นนำทั่วโลก ในหลากหลายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจทางด้านธนาคาร สายการบิน ค้าปลีก หรือประกันภัย เป็นต้น
ทั้งหมดนี้ คือ ประวัติศาสตร์อันยาวนานของคอมพิวเตอร์ระบบแรกๆ ที่ยังอยู่ยืนยง และผ่านการพัฒนาข้ามกาลเวลมาจนถึงวันนี้ กลายเป็นคอมพิวเตอร์วัยกลางคน ขณะที่ประสิทธิภาพการทำงานก้าวล้ำฉลาดมากกว่าเดิม เพิ่มความเสถียรของระบบ และความปลอดภัยสูงสุด จึงรองรับกับความต้องการที่ยืดหยุ่น ช่วยองค์กรทั้งเล็กหรือใหญ่ ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร ให้พร้อมรับมือกับความท้าทายทางธุรกิจ และการทำงานทุกรูปแบบตั้งแต่เก็บข้อมูลบัตรประกันสังคม จนไปถึงการส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ในรอบที่ 2 และยังไม่รู้อีก 10 หรือ 20 ปีจากนี้ เมนเฟรมจะฉลาดล้ำหน้าไปถึง คิดและตัดสินใจได้เองเหมือนภาพยนตร์ไซไฟเรื่องดัง ที่กำลังเข้าฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์ขณะนี้หรือไม่...


จุลดิส รัตนคำแปง
itdigest@thairath.co.th




ตั้งบีคอมไว้เป็นหน้าแรก




