| คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น |
|
|
|
 |
เป็นรายการที่ได้รับความนิยม และได้รับคำชมมากมายเลยทีเดียว สำหรับรายการ “ชิงช้าสวรรค์” ของบริษัท เวิร์คพ้อยท์ เพราะเป็นรายการที่ส่งเสริมเพลงลูกทุ่ง สนับสนุนให้เยาวชนได้แสดงความสามารถ ผ่านการประกวดวงดนตรีลูกทุ่ง ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีโรงเรียนต่างๆ ส่งวงดนตรีของตนเองเข้าประกวดมากมาย
โรงเรียนบัวใหญ่ อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ก็ได้ส่งวงดนตรีเข้าประกวดในรายการชิงช้าสวรรค์ มาเป็นเวลา 6 ปี นับตั้งแต่รายการออกอากาศมา ซึ่งที่ผ่านมาโรงเรียนบัวใหญ่ก็สามารถคว้าแชมป์ฤดูกาล และผ่านเข้าสู่รอบชิงแชมป์ออฟเดอะแชมป์อย่างต่อเนื่อง การแข่งขันดำเนินไปด้วยดีตลอดมา จนกระทั่งในการแข่งขันปี 2554 ที่เพิ่งจะบันทึกเทปตัดสินรอบแชมป์ออฟเดอะแชมป์ไป เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งโรงเรียนบัวใหญ่ได้เข้ารอบดังกล่าวร่วมกับโรงเรียนเทพมิตรศึกษา และ โรงเรียนเทศบาล 5 วัดหัวป้อมนอก
แต่ปรากฏว่า ทีมโรงเรียนบัวใหญ่ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 แพ้โรงเรียนเทพมิตร ที่คว้าแชมป์ออฟเดอะแชมป์ ซึ่งเหตุการณ์ในวันบันทึกเทปรอบตัดสินวันนั้น “บรม เวชสัสถ์” ผู้อำนวยการโรงเรียนบัวใหญ่ กับ “ครูปิยะ มงคลพงษ์” ครูผู้ฝึกสอนการแสดงให้แก่วงดนตรีโรงเรียนบัวใหญ่ บอกว่า มีสิ่งผิดปกติหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่โรงเรียนเทพมิตร ทราบผลการตัดสินก่อนที่จะมีการประกาศผลก่อน ถึงกับกอดกันร้องห่มร้องไห้ก่อนที่จะมีการประกาศผลด้วยซ้ำ
นอกจากนั้นแล้ว ก็ยังมีเหตุการณ์หลายๆ อย่างก่อนหน้าที่จะเข้าสู่รอบแชมป์ออฟเดอะแชมป์ ประกอบกับทางโรงเรียนบัวใหญ่ไปได้เอกสารผลคะแนนการตัดสินมาจากทีมงานคนหนึ่ง ก็ยิ่งทำให้มั่นใจว่า การตัดสินครั้งนี้มีข้อน่าสงสัย จึงได้ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมส่งไปรษณีย์ไปยัง “ปัญญา นิรันดร์กุล” ผู้บริหารบริษัท เวิร์คพ้อยท์ ผู้ผลิตรายการ เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกล่าวตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเลขาของปัญญา เป็นผู้รับเรื่องไว้ แต่เมื่อสอบถามกลับยังไม่ได้รับความคืบหน้าแต่อย่างใด เป็นเหตุให้ผู้อำนวยการโรงเรียนบัวใหญ่ กับ ครูปิยะ ผู้ฝึกสอนการแสดงให้วงดนตรีบัวใหญ่ ต้องหอบเอกสารดังกล่าวมาเปิดเผยกับบันเทิงผู้จัดการออนไลน์ เพื่อให้ช่วยตรวจสอบ พร้อมกับวอนให้บริษัท เวิร์คพ้อยท์ ช่วยพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง
หลังจากทราบเรื่องบันเทิงผู้จัดการออนไลน์ ก็ได้เดินทางไปที่โรงเรียนบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสอบถามถึงการร้องเรียนดังกล่าว ซึ่ง “บรม เวชสัสถ์” ผู้อำนวยการโรงเรียนบัวใหญ่, เชษฐ์ชาย วรรณประพันธ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนบัวใหญ่, อาจารย์ปิยะ มงคลพงษ์ กับ อาจารย์ศิริวัฒนา มงคลพงษ์ อาจารย์ชำนายการพิเศษผู้ฝึกสอนวงดนตรีบัวใหญ่ ก็ได้เปิดเผยถึงเรื่องราวต่างๆ ว่า......
อ.ปิยะ : “เราส่งเข้าประกวดชิงช้าสวรรค์ตั้งแต่ปีที่ 1 ถึงปัจจุบัน 6 ปีติดต่อกัน ปีที่ 1 เราได้แชมป์ฤดู และรองแชมป์ออฟเดอะแชมป์ ปีที่ 2 เราได้แชมป์ฤดูอีก และได้รองแชมป์ออฟเดอะแชมป์อีกเช่นกัน หลังจากนั้นเราก็เปลี่ยนนักร้องพอปีที่ 3-5 ปีก็เข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายทุกครั้ง เราก็ส่งเข้าประกวดรายการนี้ด้วยดีมาตลอดด้วยความอุตสาหะด้วยความตั้งใจ”
“จนกระทั่งปีที่ 6 นักร้องนักดนตรี ทีมงานโชว์ต่างๆ พร้อมจนได้แชมป์ประจำฤดีร้อนของปีที่ 6 (2554) และได้เข้าสู้รอบไขว้ พอรอบไขว้ชนะก็มาแข่งขันรอบแชมป์ออฟเดอะแชมป์ แล้วผลการตัดสินที่ได้ออกมันออกมาแบบ....ขัดใจ ขัดใจตัวเอง และก็ทีมงานลูกๆ ทุกคนที่อยู่ในวง ที่ผ่านมาการแพ้หรือชนะทุกแมตช์เรายอมรับสภาพมาตลอดทุกปี แต่มาปีนี้ความพร้อมของเราทำให้เราเชื่อมันว่าจะชนะ แต่ผลที่ออกมาเราได้รองชนะเลิศอันดับ 1”
“ในการแข่งขันแต่ละปีจะมี 3 ฤดู ฤดูฝน ฤดูหนาว และฤดูร้อน จะมีการคัดแชมป์ประจำฤดูกับรองแชมป์ประจำฤดูไว้ ฤดูละ 2 ทีม รวม 3 ฤดู ก็จะมีทีมที่เข้ารอบทั้งหมด 6 ทีมด้วยกัน ซึ่งในการแข่งขันครั้งล่าสุดคือปีที่ 6 โรงเรียนบัวใหญ่ของเราก็เป็นแชมป์ฤดูร้อน โรงเรียนเทศบาล 5 วัดหัวป้อมนอก เป็นรองแชมป์ฤดูร้อน ทางรายการก็จะเอาทีมที่เข้ารอบมาแข่งรอบไขว้กัน คือ เอาแชมป์แต่ละฤดูไปแข่งกับรองแชมป์”
“รอบไขว้เราเริ่มแข่งกันเดือนตุลาคม โดยคู่ที่ 1 โรงเรียนเทพมิตร เป็นแชมป์ฤดูไปเจอโรงเรียนบึงกาฬ รองแชมป์ คู่ที่ 2 โรงเรียนบัวใหญ่ของเราเป็นแชมป์ฤดูไปเจอรองแชมป์โรงเรียนท่าศาลา คู่ที่ 3 โรงเรียนศรีกระนวนขอนแก่นแชมป์ฤดูไปเจอรองแชมป์โรงเรียนเทศบาล 5 หัวป้อมนอก”
“ผลการแข่งขันออกมาคู่แรกโรงเรียนเทพมิตรชนะ คู่ที่ 2 โรงเรียนบัวใหญ่ชนะ คู่ที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 5 วัดหัวป้อมนอกชนะ ก็ได้ 3 ทีมเข้าสู่รอบแชมป์ออฟเดอะแชมป์ แต่คู่ที่ 2 กับคู่ที่ 3 ชนะโดยการแข่งขันชนะ แต่คู่ที่ 1 โรงเรียนเทพมิตร ชนะบึงกาฬ โดยการชนะฟาวล์ เพราะว่าโรงเรียนบึงกาฬ ไม่มาแข่ง”
“ซึ่งจริงๆ ผมว่าถ้าโรงเรียนสามารถเข้ามาถึงรอบนี้ได้น่าจะเข้ามาแข่งขัน แต่เท่าที่ทราบจากบรรดาผู้ที่เข้าไปแข่งขันกัน ทราบจากทีมงานทำแดนซ์กับครูต่างๆ ที่เจอกัน ทำให้ทราบว่าทีมงานที่ทำโรงเรียนเทพมิตรกับโรงเรียนบึงกาฬเป็นทีมงานชุดเดียวกัน ครูที่สอนดนตรีและสอนแดนซ์ทั้ง 2 โรงเรียนก็เป็นชุดเดียวกัน จากพฤติกรรมมันเหมือนจะบ่งบอกว่าเป็นการยอมแพ้กันง่ายๆ เหมือนกับหลีกทางให้กันเพื่อให้เทพมิตรเข้ารอบชิงแชมป์ออฟเดอะแชมป์ แต่ถ้าดูกันที่ความสามารถเท่าที่ผมเห็น ผมคิดว่าโรงเรียนบึงกาฬน่าจะเหนือกว่า เพราะผมอยู่ภาคอีสานผมจะเห็นโรงเรียนบึงกาฬเวลาแข่งขันเวทีต่างๆ มาตลอด ถ้าแข่งขันกันจริงๆ เขาก็คงจะแพ้โรงเรียนบึงกาฬ”
“ส่วนคู่โรงเรียนบัวใหญ่กับท่าศาลา เราชนะมาอย่างเฉียดฉิวเกือบจะแพ้เทคนิคด้วยซ้ำไป เพราะเพลงที่เราใช้แข่งขันเนื้อเพลงเต็มๆ มันใช้เวลา 6 นาทีแต่รายการให้ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที ถ้าเกินจะโดนตัดคะแนน เราก็ใช้วิธีการตัดเพลงออกเพื่อให้เหลือ 5 นาที เราก็ตัดท่อนเนื้อเพลงออกให้สวยงามลงด้วยดีไม่เสียเนื้อหาใดๆ แต่ปรากฏว่ามันไม่เป็นที่ยอมรับของกรรมการท่านหนึ่ง เขาบอกว่าตัดเนื้อเพลงออกทำไม ตัดออกได้ยังไง ทั้งๆ ที่ในการแข่งขันหลายๆ ปีที่ผ่านมาเขาก็ตัดกันทั้งนั้น จนกระทั่งทีมงานต้องมาเคลียร์ว่าสามารถตัดออกได้ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ต้องหยุดการแข่งขันนานพอสมควรเขาจึงได้ยอมรับและออกมาตัดสินในรายการต่อ ผลที่ออกมาคือเราชนะอย่างเฉียดฉิว”
“ส่วนคู่โรงเรียนเทศบาล 5 วัดหัวป้อมนอก กับ โรงเรียนศรีกระนวล คู่นี้ไม่มีปัญหาโรงเรียนเทศบาล 5 วัดหัวป้อมนอกเขามาเต็มมากล้นด้วยทีมงาน เป็นที่สังเกตุว่าโรงเรียนเทศบาล 5 หัวป้อมนอกทำงานทุกแมตช์เขาสู้กับโรงเรียนบัวใหญ่ในรอบแชมป์ฤดูร้อน สู้กันจนต้องแข่งขันกันใหม่เพราะเสมอกัน ก็ยอมรับว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัว และถึงแม้เขาจะเป็นรองแชมป์ฤดูร้อนของโรงเรียนบัวใหญ่แต่มาเจอแชมป์ฤดูฝนอย่างโรงเรียนศรีกระนวล แต่เขาก็สามารถเอาชนะแชมป์อย่างศรีกระนวลได้ ชนะแบบอลังการมากมาย”
“สรุปมี 3 ทีมผ่านเข้าไปสู่รอบแชมป์ออฟเดอะแชมป์ คือ โรงเรียนเทพมิตร, โรงเรียนบัวใหญ่ และโรงเรียนเทศบาล 5 วัดหัวป้อมนอก โดยการแข่งขันทั้งหมดจะแข่งกัน 3 รอบ คือ รอบเพลงช้า รอบเพลงเร็ว และรอบเพลงถนัด เริ่มแข่งขันเพลงช้ากับเพลงเร็วไปเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา”
“ผลปรากฏออกมารอบเพลงช้าโรงเรียนที่ทำคะแนนสูงสุด ก็คือ โรงเรียนเทพมิตร 9.1 โรงเรียนบัวใหญ่ 9.0 โรงเรียนเทศบาล 5 วัดหัวป้อมนอก 8.7 ซึ่งคะแนนเหล่านี้ถูกประกาศออกอากาศ จากนั้นก็บันทึกเทปแข่งขันรอบเพลงเร็วต่อ โรงเรียนเทศบาล 5 วัดหัวป้อมนอกได้ 9.4 โรงเรียนเทพมิตร 9.2 ส่วนบ๊วยสุดโรงเรียนบัวใหญ่ ได้ 9.1 อันนี้ก็ประกาศคะแนนออกอากาศ และเขาก็เอาคะแนนทั้ง 2 เพลงมารวมกัน โรงเรียนบัวใหญ่ได้ 18.1 โรงเรียนเทพมิตร 18.3 โรงเรียนเทศบาล 5 วัดหัวป้อมนอกได้ 18.1 เท่ากันกับบัวใหญ่ สรุปโรงเรียนเทพมิตรศึกษาคะแนนนำอยู่ 0.2 คะแนน”
“พอสัปดาห์ต่อมาวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ก็มาแข่งขันรอบสุดท้าย คือ รอบเพลงถนัด ก็แข่งขันกันเสร็จออกมาโดยที่ไม่มีการแจ้งคะแนน ก็คือ ประกาศผลการแข่งขันเลย ซึ่งถามว่าเป็นปกติไหมก็เป็นปกติที่ผ่านมาก็ไม่มีการแจ้งคะแนนในรอบนี้ เขาจะประกาศเลยว่าโรงเรียนที่ได้คะแนนน้อยที่สุดได้..... และจากนั้นก็ประกาศตำแหน่งชนะเลิศเลย”
“โดยผลออกมาเขาก็ประกาศโรงเรียนที่ได้คะแนนน้อยที่สุดโรงเรียนเทศบาล 5 วัดหัวป้อมนอก และประกาศโรงเรียนที่ชนะเลิศ คือ เทพมิตรศึกษา ซึ่งจริงๆ แล้วในการแข่งขันรอบถนัดนี้เราทำได้ดีที่สุด ด้วยความมั่นใจภาคภูมิใจออกมาสมบูรณ์ คณะกรรมการเวลาคอมเมนต์ออกมาเราก็มั่นใจคิดว่าชนะ แต่ผลออกมาไม่ได้ก็โอเคยอมรับแบบฝืนๆ ออกมา เพราะเขาประกาศไปแล้วทุกอย่างจบก็ร้องห่มร้องไห้กัน”
“แต่เหตุการณ์ตรงนั้นผมรู้ก่อนเด็กว่าเราจะแพ้ เพราะพฤติกรรมของครูศุภฤกษ์ ที่มาช่วยสอนดนตรีโรงเรียนเทพมิตร มีการลุกลี้ลุกลน เขารับโทรศัพท์และก็วิ่งตัดหน้าผมไป วิ่งออกไปข้างนอกสตูดิโอ วิ่งไปในขณะที่แต่ละทีมกำลังซ้อมรับถ้วยอยู่ ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้ตัดสินทุกโรงเรียนต้องซ้อมรับถ้วย”
“พอผมเห็นก็ถามว่าไปไหนรีบไปไหน เขาก็ไม่พูดอะไรก็วิ่งออกไป ไม่ถึง 10 นาทีเขาก็วิ่งกลับเข้ามา ผมก็หันไปมอง เขาก็บอกว่าได้เว้ยๆ ได้แล้วๆ เรียกคนโน้นเรียกคนนี้มารวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนดีใจร้องไห้กันใหญ่ แล้วเด็กนักดนตรีที่ยืนรออยู่ข้างล่าง ถ้ามีการประกาศว่าชนะเลิศจะวิ่งขึ้นไปรวมกับแดนเซอร์ที่อยู่บนเวที ปรากฏว่านักดนตรีเกือบหลวมตัววิ่งขึ้นไปครับ เกือบลืมตัววิ่งขึ้นไปจนได้ดึงกันไว้ ผมหันไปเห็นเขาปุ๊บก็คิดว่าเราแพ้แล้ว”
“ทีมงานทำฉากของผมที่ลงไปกินข้าวที่ห้องอาหารที่อยู่ข้างล่าง ก็วิ่งขึ้นมาหาผมมาถามว่า อาจารย์แพ้แล้วเหรอ ผมก็ถามว่าทำไมรู้ เพราะยังไม่ตัดสิน เขาก็เล่าให้ผมฟังว่าเขาเห็นพวกนั้นเฮกันแล้วที่ห้องอาหาร ผมก็เออ...ก็คิดเหมือนกันแหละ”
“แต่ในใจยังคิดอยู่ว่ามันจะเป็นไปได้เหรอ ทำไมเขารู้ ไหนในรายการบอกว่าไม่รู้ กรรมการทุกคนจะไม่รู้คะแนนของใครเลย คนที่ไปรวมคะแนน รวมเสร็จแล้วจะไปให้คุณโน้ต(บำเรอ ผ่องอินทรกุล) เป็นคนประกาศ คุณโน้ตจะเป็นคนรู้ผลคนที่ 2 ต่อจากคนที่รวมคะแนน จากนั้นคุณโน้ตถึงได้ประกาศออกมาให้รู้ทั่วกัน แล้วทำไมทีมนั้นเขารู้ผลก่อน อันนั้นเป็นสิ่งที่แคลงใจผมมาก ผมก็ไปแหย่อาจารย์ศุภฤกษ์ (ทีมผู้ฝึกสอนโรงเรียนเทพมิตร)ทำไมรู้เร็วนัก เขาก็ตอบเอ้าแล้วรู้ได้ไง แค่นี้ผมก็จบแล้ว ตอนนั้นเด็กที่อยู่บนเวทีไม่รู้ กองเชียร์ก็ไม่รู้ แต่ผมรู้ ผมเดินมาหาผู้อำนวยการโรงเรียนบอกว่าแพ้เขาแล้วครับ” |
|
|